Testimonies // พยานหลักฐาน

The signboard of the oldest block ; in remembrance of the earliest missionary

 

ำพยานชีวิตศิษย์เก่าc

Marisa Wiwatthanakul

นางสาวมาริษา วิวัฒนากูร 

ชื่อนางสาวมาริษา วิวัฒนากูรค่ะ ชื่อเล่นส้ม หนูก็เป็นเด็กจากเขาเหมือนเพื่อนหลายคน หนูโชคดีที่ได้มีโอกาสเข้ามาอยู่ในหอพักห้องยาคริสเตียน จริง ๆ ก็ไม่รู้ว่าต้องมาอยู่ที่หอพักห้องยาคริสเตียน ก่อนหน้านั้นเรียนโรงเรียนวัด ทุกอย่างเริ่มจากพอหนูจบป.6 คือชั้นประถม แล้วต้องต่อชั้นมัธยม มีเพื่อนคนหนึ่งเค้าจะย้ายพอดี ก็เลยย้ายตามเพื่อน ตามคำบอกของแม่ หนูเองก็ไม่รู้หรอกว่า รร.อยู่ไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหอพักที่จะไปอยู่ใหม่นั้นเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อน ๆ จะเป็นอย่างไรบ้างที่ห้องยาคริสเตียนก็เหมือนหอพักทั่ว ๆ ไป แต่ที่นี่มีพ่อแม่ที่แสนดี ที่คอยดูแล รักเราทุกคนเหมือนพ่อแม่จริง ๆ พ่ออินเขียน แม่นารีช่วยหนูในทุก ๆ เรื่อง  ทางบ้านหนูก็ไม่ได้จนมากถึงขั้นไม่มีกินนะ แต่ก็ไม่สามารถที่จะส่งหนูและน้อง ๆ เรียน เพราะหนูมีน้องอีก 4 คน และทุกคนก็กำลังเรียนอยู่เหมือนกัน พ่อหนูเป็นคนขี้เหล้ามาก เรียกว่าดื่มเหล้าแทนน้ำเลยก็ได้ (555เว่อร์…) แม่ต้องพยายามหาเงินส่งหนูและน้อง ๆ เรียน แม่นารีกับพ่ออินเขียนช่วยหนูทุกอย่าง ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย เรื่องครอบครัว และคอยเป็นที่ปรึกษาในทุก ๆ เรื่อง หอพักห้องยาคริสตเตียนเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของหนูในช่วงระหว่างเรียนหนู เพื่อน ๆ และน้อง ๆ ก็ได้มีโอกาสเรียนรู้งานผ้า งานฝีมือหลาย ๆ อย่างจากแม่นารี พอหนูเรียนจบ ม.6 ซึ่งก็คือระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแล้ว ตอนนี้หนูกำลังเรียนอยู่ที่ประเทศจีน หนูได้ทุนรัฐบาลของจีน และได้รับการช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายจากพ่ออินเขียนกับแม่นารี หนูก็ไม่รู้ว่าเด็กคนหนึ่งจากชนบทอย่างหนูมีวันนี้ได้ยังไง หนูเป็นเด็กจน ๆ คนหนึ่งในพันล้านคนที่ได้รับโอกาสดี ๆ เช่นนี้ ถ้าหากไม่ใช่เพราะได้มาอยู่หอพักห้องยาคริสตเตียน ตอนนี้หนูอาจจะไม่ได้มายืนใน
จุด ๆ ที่กำลังอยู่ตรงนี้ และซึ่งทุกอย่างนี้หนูรู้ว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หนูเชื่อว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง

My Testimony (Marisa Wiwatthanakul)

My full name is Marisa Wiwatthanakul and you can call me Som. I am like other child from the mountain. But I was blessed to be in CYDC. When I finished grade 6 . A friend would moved to CYDC and I just wanted to follow her. I didn’t even know what is CYDC. I thought it just like a normal dorm. But  when I moved to CYDC, I met Father Inkhian and Mother Naree. They are gorgeous and care about children with their hearts. They looked after me like their own child. My parents couldn’t support my, my sisters and brothers’s education. Everybody is studying in the same time. My dad is drunken man. My mom has to try every ways to work and give money for us.  Dad Inkhian and Mom Naree have helped me everything, my all expanse , family, and be my accountability.

This center is my second home. I learned how to do needlework, handcraft . When I graduated from high school. I decided to come to China because I got the scholarship from Chinese Government. My parents still can’t help me anyway so I got supported from that center. I know that I can’t come here by my family or myself . And the only one has helped me through everything is my Lord.

 


คำพยานชีวิต (ยุพิน  มุ่งจันทร์)

 Yupin Mungchan

ดิฉันเกิดในครอบครัวที่ไม่เป็นคริสเตียน พวกเราเป็นคนชาวเขาเผ่าม้ง ครอบครัวของดิฉันนับถือบรรพบุรุษ

ที่ล่วงลับไป   ตั้งแต่ที่เกิดมา และจำได้ คือ เราจะถวายเครื่องสังเวยให้แก่ผีบรรพบุรุษเสมอ ด้วยสัตว์ต่าง ๆ เช่น ไก่ หมู หรือ วัว ทุกปี และถ้าเราไม่ทำเช่นนั้นพวกผีปู่ย่า จะทำให้มีสิ่งเลวร้าย  ความเจ็บป่วย  เกิดขึ้นกับคนในครอบครัว เรามีชีวิตแบบนี้มาเสมอ และไม่เคยได้ยินเรื่อง พระเยซู เลย

เมื่อดิฉันอายุ 13 ปี พวกเรามีฐานะยากจนมาก และดิฉันก็ต้องย้ายมาอยู่ที่หอพักนี้ เพื่อจะได้เรียนหนังสือเนื่องจากพ่อแม่ไม่สามารถส่งเรียนได้  และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินความจริงเรื่องของพระเยซูตายแทนควาบาปผิดของเรา และที่บนกางเขนนั้น พระองค์ได้ช่วยเราให้รอดแล้ว ดังนั้นดิฉันไม่ต้องกลัววิญญาณ ผี อีกต่อไป ดิฉันไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตใต้อำนาจของมัน เพียงแค่มอบชีวิตให้พระเยซู หลังจากที่ได้ยินเรื่องราวของพระเยซูจากคุณพ่ออินเขียน ดิฉันก็ตัดสินใจต้องรับพระเยซูอย่างง่ายดาย

ดิฉันรู้ว่าพระเจ้ารักและห่วงใย และพระองค์ได้รอดิฉันมานาน ไม่เพียงแต่ดิฉันได้รู้จักพระเจ้าเท่านั้น
พระเจ้ายังอวยพรดิฉันมากมาย ทุกวันนี้ดิฉันได้เป็นคุณครูที่โรงเรียนเชียงคำคริสเตียน นอกจากจะสอนหนังสือแล้ว ยังสอนเรื่องพระเยซูให้เด็ก ๆ อีกด้วย ดิฉันตัดสินใจแล้วจะติดตามพระองค์ตลอดชีวิตของดิฉัน

My Testimony (Yupin Mungchan)

I was born in non-christian family. We are Hmong. My family respected ancestors . Since I could remember we always offered the ghost or forefathers with chickens, pigs and cows every years . And we always were scared that if we didn’t sacrifice them the animals, we will get bad things, illness or the bad things will happen to the family. I never heard about who is Jesus before we just lived like that.

When I was 13 years old. We were so poor and  I moved to this dormitory for studying because my family couldn’t afford me the expanse. And then  I just heard the truth the first time that Jesus died for our sins and at the cross he already saved us. So we don’t need to scare the Satan anymore. I don’t need to offer my life to it. Just give my life to Jesus. After I heard this good news from father Inkhian when I was there after that  I decided easily to accept Jesus into my heart. I knew that God cared for me and has waited for me for a long time. Not only I knew Jesus but I also have a better life. God leads my life and bless me a lot.  Now I am a teacher in Chiangkham Christian School. I teach students and teach them about Jesus as well. I decided to follow him all my life.


 Wasok Wareephitak

 

คำพยานชีวิต  (นายวสก วารีพิทักษ์)

หอพักนี้ช่วยเหลือผมให้มีโอกาสได้เรียนหนังสือ เพราะพ่อแม่ของผมยากจนมาก ไม่สามารถช่วยเหลือส่งผมเรียนได้ แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่ผมได้รับ คือ การได้มาอยู่ที่หอพักนี้ และที่นี่สอนให้ผมได้รู้จักเรื่องราวของพระเยซูคริสต์  และทำให้ผมอยากจะแบ่งปันเรื่องราวของพระคริสต์ให้กับคนอื่น ๆ ได้ฟังด้วย  ตอนที่ยังเรียนและอยู่ที่หอพัก ผมตั้งใจจะเรียนพระคัมภีร์ เพื่อประกาศเรื่องราวของพระเยซูคริสต์ และเมื่อผมเรียนจบ ม.6 หอพักนี้ได้ส่งเสริม
และช่วยเหลือจนผมเรียนจบพระคัมภีร์จนสำเร็จ  ทุกวันนี้ผมได้มีส่วนในการสอนน้อง ๆ ที่หอพักนี้ และได้ประกาศกับคนม้งบนดอย และเทศนาในหลายคริสตจักรด้วย

My Testimony (Wasok Wareephitak)

This dorm (Chiangkham Youth Delvelopment Center)  gave me an opportuniy to study. For my parents were so poor and they couldn’t afford me the expanse. The best things were I could be in this dorm like my home and then I knew about Jesus Christ. It made me want to share his gospel to others. When I was in high school, I planned to study in Bible College so I could tell others about Jesus Christ. Then I graduated from high school, this dorm supported and helped me to study Bible in a Bible college until I graduated.

Nowaday I am helping and teaching the children in this dorm about Bible and I sometimes evangelize to Hmong tribe on the mountain. Also I help to preach in some church as well.


Seri  Sea-mua

นายเสรี แซ่มัว

ผมชื่อนายเสรี แซ่มัว อายุ 24 ปี ผมเป็นคนชาวเขาคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสเรียนหนังสือ โดยการได้มาอยู่ที่ศูนย์เยาวชนเพื่อพัฒนาชีวิต ซึ่งทำให้ผมมีโอกาสได้เรียนในระดับมัธยมศึกษา และได้พัฒนาชีวิตของตัวผมเอง ทำให้ผมได้รู้จักกับพระเจ้าและการดำเนินชีวิตที่ดี ดังนั้นแล้วสำหรับผมแล้วหอพักเปรียบเสมือบ้านหลังที่สองของผม ที่ให้โอกาสให้ผมได้เรียนหนังสือ ให้โอกาสผมได้รู้จักกับพระเจ้า และได้ให้พ่อบ้านกับแม่บ้านที่เปรียบเสมือนพ่อแม่ของผมอีกสองคน ที่คอยสั่งสอนการใช้ชีวิต จนผมสามารถเรียนจนจบได้และมีงานทำ ผมขอบพระคุณพระเจ้าในบ้านหลังนี้และความรักของพระองค์

My Testimony ( Seri  Sea-mua )
I am Seri  Sea-mua , 24  years old . I am a mongtribe . And I was able to study because I stayed in Chiangkham Youth Development Center. This home gave me the chance to contiuous high school and I was developed to meet God. I follow God’s way  . For me ,this center is my real second home . It gave me a chance to educate, provided me a chance to know God. And I have met Father Inkhian and Mother Naree. They are like my parents as well. They tought me nicely until I could graduate. Now I am working as a teacher . I am thankful for God’s mercy in this home and thankful for his greatest love.


Yang  Sae-Song

ดิฉันชื่อ นางสาวหยั้งแซ่ซ้ง ปัจจุบันกำลังศึกษาในระดับอุดมศึกษา ปีที่ 1 ก่อนอื่นอยากจะกล่าวขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับโอกาสดีๆที่ ดิฉันมีโอกาสได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษาเนื่องจากครอบครัวของดิฉันค่อนข้างยากจนและมีพี่น้องทั้งหมด 10 คน ดิฉันจึงไม่เคยคิดไกลเกินฐานะตัวเอง ดิฉัน คิดแค่ว่า ขอให้จบ ชั้นมัธยม 6 แล้วออกหางานทำก็ภูมิใจแล้วเพราะถึงอยากเรียนต่อพ่อแม่ก็ส่งเสียให้เรียนต่อไม่ไหวแน่ ถึงแม้อยากจะกู้เงิน กยศกรอ เรียนก็กู้ไม่ได้เพราะเป็นคนที่ยังไม่มีสัญชาติไทย ช่วงนั้นดิฉันรู้สึกหมดหวังมากๆในเส้นทางที่จะเดินต่อไป

แต่มีช่วงหนึ่งที่ดิฉันรู้สึกอยากทำอะไรสักอย่างที่คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ใช่แค่ความคิดและการตัดสินใจให้ตัวเองโดยที่ไม่มีพระเจ้าอยู่ในการตัดสินใจเลือกนั้น ดิฉันจึงตั้งใจใช้เวลาอธิษฐาน คือ ช่วงก่อนที่จะจบ ม.6 ดิฉันตั้งใจมากๆในการอธิษฐานขอพระเจ้าสำแดงแผนการที่พระเจ้าอยากให้ดิฉันทำต่อไป และขอให้สิ่งนั้นเป็นไปตามน้ำพระทัยพระเจ้า

สำหรับพระเจ้าไม่มีอะไรที่จะสายเกินไปจริงๆ เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานหลังจากนั้น พระเจ้าได้สำแดงแผนการที่ดีเลิศในชีวิตของดิฉัน พระเจ้าได้เปิดทางให้ดิฉัน พระองค์ทรงใช้ผู้รับใช้ของพระองค์เอื้อมมือมาให้ความ้ฟดิฉันในการเรียนต่อ จนดิฉันได้มีโอกาสเรียนเหมือนคนอื่นๆและมีโอกาสเดินตามฝันที่เคยคิดว่าฝันนั้นจะไม่มีวันเป็นจริงได้แต่ตอนนี้ดิฉันมีโอกาสที่จะเดินไปหาฝันนั้นแล้ว แต่ฝันนั้นจะเป็นจริงได้อย่างแน่นอนชีวิตของดิฉันต้องติดตามพระองค์และสัตย์ซื่อในพระองค์ด้วยเพราะพระองค์ทรงสัตย์ซื่อหากเราเชื่อฟัง

My Testimony ( Yang  Sae-Song ) 

I  am Yang  Sae-Song. I am studying in the first year in the university. First of all, I am thankful God for the good chance for me so I got the chance to study in the college. Because of my  family is poor. And I have 10 siblings. So I never had an idea to study in college. I only thought that I may finish high school and then just go to find some jobs . Even I wanted to study but I really knew that my parents couldn’t afford the expanse. And because I have no Thai citizen I can’t get any student loan. I had no hope on the way I was going.

One day I wanted to do something from God’s will. I really spent time to seek God. I asked God to show his plan in my life. And in God’s hands nothing is impossible. Then God showed his best plan to me. He opened the way for me. God used his servant came to save me on time. He supports me the education so I can have education  like other. I am also able to follow the dream that I never used to brave to dream. Now I am walking forward to follow that dream. I know that my dram could be true but I need to follow God and obey him . Definitely God is faithful. I truly believe that.